ต่อมลูกหมากโต หรือ Benign Prostatic Hyperplasia (BPH) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป แม้ "โต" แต่ไม่ใช่มะเร็ง อย่างไรก็ตาม หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพไตได้
ต่อมลูกหมากเป็นต่อมขนาดเล็กอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ เมื่ออายุมากขึ้น ต่อมมักขยายขนาดตามธรรมชาติ และเมื่อโตขึ้นเรื่อย ๆ จะไปกดเบียดท่อปัสสาวะที่ผ่านกลางต่อม ทำให้ปัสสาวะไหลผ่านได้ลำบาก
หลายคนคิดว่า "ปัสสาวะบ่อยขึ้น" เป็นเรื่องปกติของอายุ แต่อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์:
แพทย์ตรวจอะไรบ้าง
เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะประเมินความรุนแรงของอาการอย่างเป็นระบบ:
| ระดับอาการ | คะแนน IPSS | แนวทาง |
|---|---|---|
| น้อย | 0 – 7 | เฝ้าสังเกต ปรับพฤติกรรม |
| ปานกลาง | 8 – 19 | รักษาด้วยยา |
| รุนแรง | 20 – 35 | พิจารณาผ่าตัดหรือหัตถการ |
แนวทางการรักษา — เลือกให้เหมาะกับอาการ
1. เฝ้าสังเกตและปรับพฤติกรรม อาการน้อย
เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่กระทบชีวิตประจำวันมากนัก แพทย์จะแนะนำ:
2. การรักษาด้วยยา อาการปานกลาง–รุนแรง
💊 ยากลุ่ม Alpha-blocker (Tamsulosin, Silodosin)
คลายกล้ามเนื้อที่คอกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก เห็นผลภายใน 1–2 สัปดาห์ ช่วยให้ปัสสาวะพุ่งขึ้นและไหลสะดวกขึ้น
💊 ยากลุ่ม 5-Alpha Reductase Inhibitors (Finasteride, Dutasteride)
ลดขนาดต่อมลูกหมากในระยะยาว เหมาะสำหรับต่อมที่โตมาก (>30–40 mL) เห็นผลเต็มที่หลัง 6–12 เดือน ช่วยลดความเสี่ยงปัสสาวะคั่งเฉียบพลัน
💊 ใช้ยาร่วมกัน (Combination Therapy)
ในรายที่อาการรุนแรงและต่อมโตมาก แพทย์อาจให้ยาทั้งสองกลุ่มร่วมกันเพื่อผลที่ดีขึ้น
3. การผ่าตัดและหัตถการ ไม่ตอบสนองต่อยา
🔬 TURP (Transurethral Resection of the Prostate)
มาตรฐานทองของการผ่าตัด ส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ ตัดต่อมส่วนที่อุดตันออก ไม่มีแผลภายนอก ฟื้นตัวเร็ว
🔬 Laser Prostatectomy
ใช้เลเซอร์ทำลายหรือตัดเนื้อต่อมลูกหมาก เลือดออกน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด
ถ้าไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่รักษาได้ผลดี หากพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ปัจจุบันมียาและหัตถการหลายแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องทนกับการตื่นมาฉี่กลางดึก หรือรอนานหน้าห้องน้ำทุกวัน
มีอาการสงสัย ปรึกษาแพทย์ได้เลย
นพ.ชิติสรรค์ เสนขวัญแก้ว แพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมให้คำปรึกษา